Proximity Sensor vs Photoelectric Sensor ต่างกันอย่างไร?

Proximity Sensor vs Photoelectric Sensor ต่างกันอย่างไร? เลือกใช้แบบไหนดี

Sensor เป็นหนึ่งในอุปกรณ์พื้นฐานที่มีบทบาทสำคัญในระบบ Automation เพราะทำหน้าที่ตรวจจับวัตถุ ตำแหน่ง หรือสถานะของชิ้นงาน แล้วส่งข้อมูลให้ระบบควบคุม เช่น PLC นำไปประมวลผลและสั่งการเครื่องจักร

แต่ในงานจริง หลายคนอาจสงสัยว่า Proximity Sensor กับ Photoelectric Sensor แตกต่างกันอย่างไร และควรเลือกใช้แบบไหน?

แม้ทั้ง 2 ประเภทจะสามารถใช้ตรวจจับวัตถุโดยไม่ต้องสัมผัสโดยตรง แต่หลักการตรวจจับและลักษณะงานที่เหมาะสมแตกต่างกัน

Proximity Sensor เป็น Sensor สำหรับตรวจจับวัตถุโดยไม่ต้องสัมผัสกับวัตถุ โดยเฉพาะ Proximity Sensor แบบ Inductive ที่นิยมใช้ในการตรวจจับชิ้นงานโลหะ เช่น ตรวจสอบตำแหน่งชิ้นส่วน ตรวจจับการเคลื่อนที่ของกลไก หรือใช้เป็น Sensor สำหรับบอกตำแหน่งในเครื่องจักร

ส่วน Photoelectric Sensor ใช้หลักการตรวจจับด้วยแสง โดยสามารถเลือกใช้งานได้หลายรูปแบบ เช่น Diffuse-Reflective, Through-Beam และ Retro-Reflective รวมถึงรุ่นที่ใช้ตรวจจับตามระยะทาง ซึ่ง IA Intelligent มี Photoelectric Sensor และ Proximity Sensor จาก OMRON ให้เลือกหลายรูปแบบสำหรับงาน Automation

Proximity Sensor เหมาะกับงานแบบไหน?

  • ตรวจจับตำแหน่งชิ้นส่วนโลหะ: ระบุตำแหน่งชิ้นงานที่เป็นโลหะได้อย่างแม่นยำ
  • ตรวจจับการเคลื่อนที่ของกลไก: ติดตามการทำงานของชิ้นส่วนเครื่องจักร
  • ตรวจจับชิ้นงานในระยะใกล้: เหมาะสำหรับพื้นที่จำกัดและต้องการความแม่นยำ
  • ตรวจสอบตำแหน่งของ Cylinder หรือ Mechanism: ใช้เช็กสถานะการทำงานของกระบอกสูบ
  • งานที่ไม่ต้องการสัมผัส: เหมาะกับงานที่ชิ้นงานอาจเกิดความเสียหายหากสัมผัสโดยตรง

Photoelectric Sensor เหมาะกับงานแบบไหน?

  • ตรวจจับชิ้นงานบน Conveyor: ตรวจจับการไหลของสินค้าบนสายพานลำเลียง
  • ตรวจจับสินค้าและบรรจุภัณฑ์: ตรวจสอบกล่องหรือผลิตภัณฑ์ในไลน์ผลิต
  • ตรวจจับวัตถุในระยะไกล: ครอบคลุมระยะทางที่ไกลกว่า Proximity Sensor บางประเภท
  • ตรวจจับวัตถุที่ไม่ใช่โลหะ: สามารถตรวจจับพลาสติก กระดาษ หรือวัตถุโปร่งใสได้
  • ตรวจจับการผ่านเข้าออก: นับจำนวนหรือตรวจสอบการเคลื่อนผ่านของสินค้า

Photoelectric Sensor มีรูปแบบการตรวจจับหลายประเภท เช่น Through-Beam ที่ใช้ตัวส่งและตัวรับแยกกัน, Retro-Reflective ที่ใช้ตัวสะท้อน และ Diffuse-Reflective ที่ตรวจจับจากแสงสะท้อนจากวัตถุ ดังนั้นการเลือกชนิดของ Sensor จึงควรสัมพันธ์กับลักษณะของชิ้นงาน ระยะตรวจจับ สี พื้นผิว และสภาพแวดล้อมของหน้างาน

เลือก Sensor อย่างไรให้เหมาะกับงาน?

ก่อนเลือก Sensor ควรพิจารณาอย่างน้อย 5 เรื่อง:

  • วัตถุที่ต้องการตรวจจับ: เป็นโลหะ พลาสติก กระดาษ กล่อง หรือผลิตภัณฑ์ประเภทใด
  • ระยะตรวจจับ: ต้องการตรวจจับในระยะใกล้หรือระยะไกล และมีข้อจำกัดด้านพื้นที่ติดตั้งหรือไม่
  • รูปทรงและพื้นผิวของชิ้นงาน: สี ความมันวาว ขนาด และรูปร่างอาจมีผลต่อการเลือกวิธีตรวจจับ โดยเฉพาะ Photoelectric Sensor
  • สภาพแวดล้อม: มีฝุ่น น้ำมัน น้ำ ความร้อน หรือแสงรบกวนหรือไม่
  • รูปแบบการติดตั้งและสัญญาณ Output: ต้องเลือกให้เหมาะกับ PLC และระบบควบคุมของเครื่องจักร

สรุปการเลือกใช้งาน Sensor

ดังนั้น การเลือก Sensor ไม่ควรเลือกจากเพียง รุ่นที่มีระยะตรวจจับมากที่สุด แต่ควรเลือกจากลักษณะงานจริงและสภาพแวดล้อมจริงของเครื่องจักร

IA Intelligent มีสินค้า Automation ครอบคลุมทั้ง Proximity Sensor, Photoelectric Sensor, Temperature Controller, PLC, HMI, Inverter, Servo และอุปกรณ์ควบคุมอื่น ๆ จากแบรนด์ชั้นนำ เพื่อรองรับการออกแบบและพัฒนาระบบ Automation ในโรงงานอุตสาหกรรม

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้