Sensor เป็นหนึ่งในอุปกรณ์พื้นฐานที่มีบทบาทสำคัญในระบบ Automation เพราะทำหน้าที่ตรวจจับวัตถุ ตำแหน่ง หรือสถานะของชิ้นงาน แล้วส่งข้อมูลให้ระบบควบคุม เช่น PLC นำไปประมวลผลและสั่งการเครื่องจักร
แต่ในงานจริง หลายคนอาจสงสัยว่า Proximity Sensor กับ Photoelectric Sensor แตกต่างกันอย่างไร และควรเลือกใช้แบบไหน?
แม้ทั้ง 2 ประเภทจะสามารถใช้ตรวจจับวัตถุโดยไม่ต้องสัมผัสโดยตรง แต่หลักการตรวจจับและลักษณะงานที่เหมาะสมแตกต่างกัน
Proximity Sensor เป็น Sensor สำหรับตรวจจับวัตถุโดยไม่ต้องสัมผัสกับวัตถุ โดยเฉพาะ Proximity Sensor แบบ Inductive ที่นิยมใช้ในการตรวจจับชิ้นงานโลหะ เช่น ตรวจสอบตำแหน่งชิ้นส่วน ตรวจจับการเคลื่อนที่ของกลไก หรือใช้เป็น Sensor สำหรับบอกตำแหน่งในเครื่องจักร
ส่วน Photoelectric Sensor ใช้หลักการตรวจจับด้วยแสง โดยสามารถเลือกใช้งานได้หลายรูปแบบ เช่น Diffuse-Reflective, Through-Beam และ Retro-Reflective รวมถึงรุ่นที่ใช้ตรวจจับตามระยะทาง ซึ่ง IA Intelligent มี Photoelectric Sensor และ Proximity Sensor จาก OMRON ให้เลือกหลายรูปแบบสำหรับงาน Automation
Photoelectric Sensor มีรูปแบบการตรวจจับหลายประเภท เช่น Through-Beam ที่ใช้ตัวส่งและตัวรับแยกกัน, Retro-Reflective ที่ใช้ตัวสะท้อน และ Diffuse-Reflective ที่ตรวจจับจากแสงสะท้อนจากวัตถุ ดังนั้นการเลือกชนิดของ Sensor จึงควรสัมพันธ์กับลักษณะของชิ้นงาน ระยะตรวจจับ สี พื้นผิว และสภาพแวดล้อมของหน้างาน
ก่อนเลือก Sensor ควรพิจารณาอย่างน้อย 5 เรื่อง:
ดังนั้น การเลือก Sensor ไม่ควรเลือกจากเพียง รุ่นที่มีระยะตรวจจับมากที่สุด แต่ควรเลือกจากลักษณะงานจริงและสภาพแวดล้อมจริงของเครื่องจักร
IA Intelligent มีสินค้า Automation ครอบคลุมทั้ง Proximity Sensor, Photoelectric Sensor, Temperature Controller, PLC, HMI, Inverter, Servo และอุปกรณ์ควบคุมอื่น ๆ จากแบรนด์ชั้นนำ เพื่อรองรับการออกแบบและพัฒนาระบบ Automation ในโรงงานอุตสาหกรรม