การนำ Automation และเครื่องจักรอัตโนมัติเข้ามาใช้ในโรงงาน ช่วยเพิ่มความรวดเร็วและลดขั้นตอนการทำงานของคน แต่ในขณะเดียวกัน เครื่องจักรที่มีการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง ชิ้นส่วนที่หมุน ระบบกด ระบบตัด หรือพื้นที่ที่มีอันตราย ก็จำเป็นต้องมีระบบความปลอดภัยที่เหมาะสมควบคู่กันไป
หนึ่งในอุปกรณ์สำคัญคือ Safety Sensor ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อช่วยตรวจจับการเข้าถึงหรือการมีอยู่ของบุคคลในพื้นที่อันตราย และสามารถส่งสัญญาณให้ระบบ Safety ดำเนินการหยุดหรือเข้าสู่สภาวะปลอดภัยตามการออกแบบของเครื่องจักร โดย OMRON ระบุว่า Safety Sensor ใช้สำหรับหยุดเครื่องจักรเมื่อตรวจพบการเข้าหรือการมีอยู่ของบุคคลระหว่างเครื่องจักรทำงาน
ตัวอย่างที่พบได้บ่อยคือ Safety Light Curtain ซึ่งใช้ลำแสงสร้างพื้นที่ตรวจจับบริเวณจุดเสี่ยง หากมีผู้ปฏิบัติงานผ่านเข้าไปในพื้นที่ที่กำหนด ระบบสามารถส่งสัญญาณเข้าสู่วงจร Safety เพื่อหยุดการทำงานของเครื่องจักรตามการออกแบบ
ความแตกต่างสำคัญระหว่าง Safety Sensor กับ Sensor สำหรับตรวจจับชิ้นงานทั่วไป คือ วัตถุประสงค์และการออกแบบด้านความปลอดภัย ดังนั้นจึงไม่ควรนำ Photoelectric Sensor หรือ Proximity Sensor ทั่วไปมาใช้แทน Safety Sensor ในงานที่ต้องการฟังก์ชันด้านความปลอดภัยโดยตรง โดย OMRON ระบุอย่างชัดเจนว่า Photoelectric Sensor ทั่วไปไม่ได้ออกแบบมาเพื่อใช้เป็น Safety Device สำหรับปกป้องชีวิตมนุษย์
การเลือก Safety Sensor จึงต้องพิจารณามากกว่าระยะตรวจจับ เช่น ลักษณะของพื้นที่อันตราย จุดที่ผู้ปฏิบัติงานสามารถเข้าถึงได้ ระยะหยุดของเครื่องจักร ความละเอียดในการตรวจจับ และวิธีการติดตั้ง เพื่อให้ระบบ Safety ทำงานได้สอดคล้องกับความเสี่ยงจริง
อีกประเด็นที่สำคัญคือการติดตั้ง Safety Sensor ต้องออกแบบให้พื้นที่อันตรายไม่สามารถเข้าถึงได้โดยการหลบหรือเดินอ้อมพื้นที่ตรวจจับ เพราะการติดตั้งที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้ระบบไม่สามารถป้องกันความเสี่ยงได้ตามวัตถุประสงค์
สำหรับโรงงานที่กำลังพัฒนาเครื่องจักรหรือระบบ Automation ความปลอดภัยจึงควรถูกนำมาพิจารณาตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ ไม่ใช่เพิ่มเข้ามาภายหลังเมื่อเครื่องจักรสร้างเสร็จแล้ว
IA Intelligent มีโซลูชันด้าน Automation และ Safety จากแบรนด์ชั้นนำ พร้อมให้คำปรึกษาในการเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะกับลักษณะการใช้งานของเครื่องจักรและระบบการผลิต