ในยุคที่ภาคอุตสาหกรรมกำลังก้าวเข้าสู่ Industry 4.0 การนำระบบอัตโนมัติ (Automation) และหุ่นยนต์มาใช้ในสายการผลิตกลายเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ปัจจุบันหุ่นยนต์ที่ได้รับความนิยมสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ Industrial Robot (Robot) และ Collaborative Robot (Cobot)
แม้ว่าทั้งสองจะมีหน้าที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตเหมือนกัน แต่แนวคิดการออกแบบและลักษณะการใช้งานมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน การเลือกใช้งานให้เหมาะสมจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การลงทุนเกิดความคุ้มค่าสูงสุด
Industrial Robot หรือหุ่นยนต์อุตสาหกรรม คือหุ่นยนต์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำงานซ้ำ ๆ ด้วยความเร็วและความแม่นยำสูง เหมาะสำหรับงานที่ต้องการกำลังในการยกชิ้นงานมาก หรือการผลิตจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง เช่น งานเชื่อมโลหะ งานพ่นสี งานหยิบจับสินค้า (Pick & Place) งานประกอบชิ้นส่วน และงานจัดเรียงสินค้าบนพาเลท (Palletizing)
หุ่นยนต์ประเภทนี้สามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง ลดความผิดพลาดจากการทำงานของมนุษย์ และช่วยให้คุณภาพของสินค้าเป็นมาตรฐานเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ในหลายกรณีจำเป็นต้องติดตั้งรั้วนิรภัยหรือระบบป้องกันเพื่อแยกพื้นที่การทำงานของหุ่นยนต์ออกจากพนักงาน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน
Collaborative Robot หรือ Cobot คือหุ่นยนต์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำงานร่วมกับมนุษย์ในพื้นที่เดียวกัน โดยมีระบบตรวจจับแรงกระแทกและเซ็นเซอร์ด้านความปลอดภัยที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ ทำให้สามารถทำงานร่วมกับพนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้การประเมินความเสี่ยงและมาตรการด้านความปลอดภัยที่เหมาะสม
Cobot เหมาะสำหรับโรงงานที่มีการเปลี่ยนรูปแบบการผลิตบ่อย ต้องการความยืดหยุ่น หรือมีพื้นที่ติดตั้งจำกัด เช่น งานประกอบชิ้นส่วน งานขันสกรู งานตรวจสอบคุณภาพสินค้า งานบรรจุภัณฑ์ และงาน Machine Tending
นอกจากนี้ Cobot ยังสามารถตั้งค่าและสอนตำแหน่งการทำงานได้ง่าย จึงช่วยลดเวลาในการติดตั้งและปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต
หากโรงงานของคุณเน้นการผลิตจำนวนมาก มีงานซ้ำ ๆ และต้องการความเร็วในการผลิตสูง Industrial Robot ถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากกว่า เพราะสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องและรองรับงานหนักได้ดี
แต่หากโรงงานมีการเปลี่ยนรุ่นสินค้าอยู่บ่อย ต้องการให้พนักงานและหุ่นยนต์ทำงานร่วมกัน หรือมีพื้นที่จำกัด Cobot จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและลดขั้นตอนการติดตั้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตามทั้ง Robot และ Cobot ต่างมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ไม่มีแบบใดดีที่สุดสำหรับทุกโรงงาน แต่การเลือกให้เหมาะกับลักษณะงาน กระบวนการผลิต งบประมาณ และเป้าหมายของธุรกิจ จะช่วยให้การลงทุนด้าน Automation เกิดประโยชน์สูงสุด
หากคุณกำลังวางแผนปรับปรุงสายการผลิต หรือต้องการคำแนะนำในการเลือกโซลูชันด้านระบบอัตโนมัติ ทีมงาน IA Intelligent พร้อมให้คำปรึกษา เพื่อช่วยออกแบบระบบที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ ตั้งแต่การเลือกอุปกรณ์ การวางระบบ ไปจนถึงการสนับสนุนหลังการขาย ด้วยประสบการณ์ด้านอุปกรณ์และโซลูชันอุตสาหกรรมมากกว่า 30 ปีของกลุ่มบริษัท